10 วิธีเพิ่มยอดขายพุ่ง ทะลุเป้าไม่มีตก ใช้ได้กับธุรกิจทุกประเภท

เนื้อหาบทความนี้

“ทุกความสำเร็จต้องอาศัยการพยายาม” นี่คือคำพูดที่ชัดเจนที่สุดในการทำธุรกิจเลยค่ะ ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเป็นผู้ประกอบการมานานแค่ไหนแล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องเคยเจอบททดสอบกันนับไม่ถ้วนแน่นอน โดยเฉพาะตอนนี้ที่อัตราการแข่งขันในธุรกิจนั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำเอาหลายคนรู้สึกท้อจนล้มเลิกความฝันไปเลยก็มี ทาง PUNDAI เองอยากส่งเสริมและแนะนำแนวทางเพื่อ “กระตุ้นยอดขาย” (ยอด ขาย ภาษาอังกฤษ: sales) แบบปัง ๆ ที่ปรับใช้ได้กับทุกธุรกิจแก่เพื่อน ๆ ทุกคน โดยบทความนี้จะกล่าวถึงวิธีเพิ่มยอดขายแบบพุ่ง ๆ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถนำไปใช้ได้ บอกเลยว่าเห็นผลจริงแน่นอน! ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้าง

กลยุทธ์ที่ 1 เพิ่มยอดขายด้วยการทำ “Cross – Selling”

Cross-Selling คือ การทำให้ลูกค้ามีการเพิ่มการซื้อสินค้าหรือบริการที่มีความเกี่ยวข้องกับสินค้าแรกที่ตั้งใจซื้อ เพื่อเป็นการเพิ่มยอดขาย ยกตัวอย่างเช่น ร้านขายโทรศัพท์มือถือ เมื่อลูกค้าทำการซื้อมือถือแล้วอาจเสนอดีลเพิ่มว่าซื้อเคส แบตสำรอง ฟิล์มกันรอยเลยไหม ซึ่งการนำเสนอแบบนี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าอยากซื้อ เนื่องจากอารมณ์ตอนนั้นของลูกค้าจะรู้สึกว่าไหน ๆ เสียเงินแล้วเพิ่มอีกนิดหน่อยเพื่อความคุ้มค่าถือว่าน่าซื้อเพิ่มนั่นเอง

กลยุทธ์ที่ 2 การเพิ่มยอดขายด้วยการทำ “Content Marketing”

Content Marketing คือ การตลาดรูปแบบหนึ่งที่ใช้ Content หรือสาระต่าง ๆ ในการแสดงตัวตนของแบรนด์ออกมาทำให้เป็นที่จดจำ และดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย หลักการของ Content Marketing จะประกอบไปด้วย การวางกลยุทธ์, การวางแผน, การเล่าเรื่อง ซึ่งการทำการตลาดแบบนี้อาจจะมีการได้รับผลตอบรับที่ช้ากว่าการยิงแอด แต่เป็นการเติบโตแบบยั่งยืน และมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดีกว่าด้วย ซึ่งการทำคอนเทนต์ก็มีหลากหลาย เช่น คลิป, รูปภาพ, บทความ เป็นต้น

กลยุทธ์ที่ 3 เพิ่มยอดขายออนไลน์ด้วยเครื่องมือ “Affiliate Marketing”

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่า เพราะการตลาดแบบเน้นการ “บอกต่อ” นี้กำลังบูมมากในช่วงนี้และกำลังเติบโตไปไกลถึงอนาคต ด้วยพฤติกรรมการบริโภคของชาวเจน y และ เจน z จะมีความเชื่อถือรีวิวบนโลกอินเทอร์เน็ตเป็นพิเศษ เมื่อได้รับคำบอกเล่าประสบการณ์การใช้สินค้าจากผู้แชร์ก็ยิ่งทำให้อยากได้สินค้าชิ้นนั้น ๆ มากขึ้น เมื่อมีการซื้อเกิดขึ้นผู้แชร์ก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชัน ซึ่งวิธีนั้นจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ได้ดีมาก อีกทั้งยังไม่ต้องลงทุนเยอะเหมือนทำโฆษณา แค่แบ่งกำไรให้ผู้แนะนำเท่านั้นเอง

กลยุทธ์ที่ 4 เทคนิคการเพิ่มยอดขายด้วย “Upselling”

หลักการของ Upselling นั้นพวกเราหลายคนเคยประสบพบเจอกันมาแล้วทั้งนั้น มันคือการตลาดที่ช่วยให้เราซื้อมากขึ้นกว่าที่เราคิดเอาไว้ในตอนแรก โดยไม่รู้สึกว่าเป็นการเสียเปรียบแต่กลับรู้สึกดีที่ตัวเองได้สิ่งที่คุ้มค่ามากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ป้าร้านกะเพราถามว่าเอาไข่ดาวเพิ่มไหม เพิ่มเงินแค่ 10 บาท ซึ่งการแนะนำแบบนี้จะต้องไม่คะยั้นคะยอเพราะจะทำให้เสียลูกค้าได้

กลยุทธ์ที่ 5 ทำความเข้าพฤติกรรมลูกค้า วิธีการเพิ่มยอดขายแบบพื้นฐานแต่ได้ผลจริง

การทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมผู้บริโภคถือเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ๆ ในการทำการตลาด เพื่อให้เข้าใจทั้งพฤติกรรมการหาสินค้า การซื้อสินค้า การตัดสินใจไม่ซื้อและความพึงพอใจ ซึ่งจะใช้การทำงานของ “นักวิจัยทางการตลาด” ที่จะค้นคว้าและทำความเข้าใจทั้งหมด ซึ่งเป็นขั้นตอนพื้นฐานแต่ตอบโจทย์มาก ๆ หากเราไม่เข้าใจลูกค้าก็ยากที่จะแก้ปัญหาของพวกเขาด้วยสินค้าของเราเองจริงไหมคะ?

กลยุทธ์ที่ 6 Action plan เพิ่มยอดขายด้วยการวางแผน “ยิงแอด”

ด้วยความที่ปัจจุบันการแข่งขันทางการค้ากำลังโหดมากขึ้นเรื่อย ๆ หลาย Marketplace จึงสร้างอัลกอริทึมที่ตอบรับการ Demand อันมหาศาลนี้ ทำให้เกิดการปิดกั้นการมองเห็นร้านค้าจำนวนมาก เพื่อเป็นการทำให้เราต้องยิงแอด ซึ่งเป็นการจ่ายค่าโฆษณาและเพิ่มการเข้าถึงสินค้าได้มากขึ้น การยิงแอดไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนะคะ เป็นแค่การส่งเสริมการมองเห็น เพื่อสร้าง Awareness ให้กับแบรนด์นั่นเอง 

กลยุทธ์ที่ 7 ทฤษฎีการเพิ่มยอดขายด้วย “หลักจิตวิทยา” 

อีกหนึ่งวิธีเพิ่มยอด ขายที่หลายคนอาจมองข้ามไปนั่นคือการใช้ “หลักจิตวิทยา” มาทำการตลาด โดยมีหลายกลยุทธ์มากค่ะ ในที่นี้ขอยกเป็น Decoy Effect หรือการตั้งราคาเพื่อการหลอกล่อเพื่อเพิ่มยอดขาย ตัวอย่างเช่น ร้านเราเป็นร้านกาแฟ ราคาแก้วเล็ก 40 บาท ราคาแก้วใหญ่ 60 บาท แน่นอนว่าตั้งราคาแบบนี้จะมีคนซื้อแก้วใหญ่น้อยมาก นั่นทำให้เราได้ยอดขายต่ำลงไปด้วย วิธีแก้คือเพิ่มขนาดกลางขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าได้เปรียบเทียบราคา แก้วกลาง 55 บาท คนจะรู้สึกว่าเพิ่มอีกแค่ 5 บาทก็เอาแก้วใหญ่ไปเลยสิ โป๊ะเชะ! เราสามารถเพิ่มยอดขายไปได้แบบง่ายดายมาก ๆ โดยเทคนิคนี้สามารถปรับใช้ได้กับสินค้าทุกประเภทเลยค่ะ

กลยุทธ์ที่ 8 การทำ Social Listening เพื่อเพิ่มยอดขายคืออะไร ?

การทำ Social Listening จะทำให้ได้รับ Feedback จากลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, IG, Twitter และอื่น ๆ เราในฐานะผู้ประกอบการควรอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มกระบวนการดังกล่าวนี้เข้าไปใน Process การทำงาน เนื่องจากช่วยให้เรารู้ถึงความต้องการของลูกค้าแบบเจาะลึกมากขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้ทันท่วงทีอีกด้วย

กลยุทธ์ที่ 9 ขายสินค้าที่มีคุณภาพ

ข้อนี้ถือเป็น “หัวใจ” ของการทำธุรกิจเลยก็ว่าได้ ถ้าเราเอาแต่ห่วงการโปรโมท การเล่าเรื่องนู่นนี่นั่น โดยไม่เคยย้อนกลับมามองที่สินค้าของเราเลยว่ามันดีพอหรือยัง ดีพอสำหรับการเสียเงินของลูกค้าไหม แบบนี้ทำธุรกิจไปก็คงไม่สามารถมั่นคงยืนยาวได้ เราต้องใส่ใจคุณภาพของสินค้าและทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจรู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปให้มากที่สุด และแน่นอนว่าต้องอยู่ในความเหมาะสมกับราคาและกำไรของธุรกิจด้วย

กลยุทธ์ที่ 10 ทำความรู้จักกับ “ลูกค้าเก่า” ให้มากขึ้น

หลาย ๆ คนมักจะเป็นกันใช่ไหมล่ะ เอาแต่ไปโปรโมทสร้างตัวตนเพื่อหาลูกค้าใหม่ ทำการขยายฐานลูกค้าให้แบรนด์มีชื่อเสียง แต่ลืมที่จะมาทำความรู้จักลูกค้าเก่า ๆ ที่เคยใช้บริการบอกเลยเทคนิคนี้ห้ามพลาด เพราะการใส่ใจลูกค้าเก่าให้ดีจะเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะมี Loyalty ต่อแบรนด์ และเป็นการทำให้มีลูกค้าประจำบอกเลยถ้าทำได้ยอดขายพุ่งขึ้นอีก 3 เท่าแน่นอน !

การเพิ่มยอดขายให้เด้งไปอีกหลายเท่านั้นมีทริคและกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้เลือกเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตลาดแบบเดิมหรือการตลาดออนไลน์ต่างมีความน่าสนใจไม่แพ้กันเลย ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นให้คนอยากซื้อได้จริง PUNDAI หวังว่าคอนเทนต์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการทุกคนน้า ถ้าชอบคอนเทนต์ดีมีสาระแบบนี้อย่าลืมติดตามทุกการอัปเดตจากเรานะคะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กลยุทธ์การเพิ่มยอดขาย ออนไลน์แบบง่าย ๆ มีอะไรบ้าง

Cross-Selling / Upselling / Content Marketing / Affiliate Marketing / ศึกษาพฤติกรรมลูกค้า / ยิงแอด / หลักจิตวิทยา / Social Listening / คุณภาพสินค้า / ใส่ใจลูกค้าเก่า

ยิงแอด เพิ่มยอดขาย มีข้อดี-ข้อเสีย อย่างไร

ยิงแอดช่วยเพิ่มการมองเห็นสินค้าได้เยอะมากขึ้น แต่อาจได้ลูกค้าที่ไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายเท่าไรนัก และอาจจะไม่ได้ความภักดีต่อแบรนด์จากลูกค้า

โปรโมชั่น กระตุ้นยอดขาย ได้ผลไหม

การทำโปรโมชั่นสามารถกระตุ้นยอดขายได้จริง แต่ควรทำเมื่อต้องการโละของในสต๊อกและอย่าทำบ่อยเกินไป เพราะจะเป็นการลดทอนคุณค่าของสินค้าเราได้

ADD LINE เพื่อเริ่มใช้ PUNDAI

คุณก็สามารถใช้ PUNDAI โดยไม่มีอะไรซับซ้อน ด้วยการแอดไลน์และเริ่มใช้งานได้ทันที หรือกด เรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับบทบาทของผู้ใช้งาน เพื่อศึกษาบทบาทของเรา