ขั้นตอนการจดทะเบียนร้านค้าปลีก ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เตรียมตัวยังไง อัปเดต2022 !!

เนื้อหาบทความนี้

การจดทะเบียนร้านค้าทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบไม่มีหน้าร้าน ต่างเป็นเรื่องจำเป็นมากสำหรับเพื่อน ๆ ที่เปิดกิจการร้านค้า หรือธุรกิจของตัวเอง ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ซึ่งเป็นการจดสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งใช้กับธุรกิจที่ทำตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนเพื่อน ๆ ที่เปิดร้านค้าออนไลน์ก็ต้องจดทะเบียนพาณิชย์แบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยธุรกิจที่ต้องมีการจดทะเบียนการค้าจะมีอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร และต้องเตรียมเอกสารอย่างไร มาดูกันเลยดีกว่าค่า

จดทะเบียนการค้า คือ

การจดทะเบียนเพื่อแสดงถึงการประกอบการนั้น ๆ หรือที่เรียกว่าการจดทะเบียนพาณิชย์นั่นเอง เป็นการบ่งบอกว่ามีการจัดการประกอบการนั้นขึ้นมานั่นเอง

จดทะเบียนการค้า เพื่ออะไร

การจดทะเบียนการค้านั้นทำเพื่อเป็นการเก็บสถิติ ตัวตน และสถานะของกิจการของการประกอบพาณิชยกิจ ซึ่งเป็นประโยชน์ทางราชการ

จดทะเบียนการค้า ที่ไหน

สำนักงานทะเบียนพาณิชย์กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบลที่สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในท้องที่ หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดเฉพาะในท้องที่นอกเขตเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล

จดทะเบียนการค้า ออนไลน์ ต่างกับ
จดทะเบียนพาณิชย์ปกติ อย่างไร?

  • ทะเบียนพาณิชย์ เป็นการจดทะเบียนร้านค้าสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่ทำธุรกิจค้าขายทุกประเภท และมีหน้าร้าน
  • ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นการจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่ทำธุรกิจออนไลน์มีร้านเป็นของตัวเอง

จดทะเบียนการค้า ใช้เอกสารอะไรบ้าง

1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของกิจการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ  (กรณีคณะบุคคล/ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล) หรือผู้รับผิดชอบในการประกอบกิจการในประเทศ (กรณีนิติบุคคลต่างประเทศ)

2. สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของกิจการ และสำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสำนักงาน

3. หนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากร 10 บาท (ถ้ามี)

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี)

5. กรณีเจ้าของกิจการมิได้เป็นเจ้าบ้าน ณ สถานประกอบการดังกล่าว แนบเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้
5.1 หนังสือยินยอมจากเจ้าบ้าน และสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้าน
5.2 กรณีเช่าสถานที่


5.2.1 ผู้ให้เช่าเป็นบุคคลธรรมดา
– สำเนาทะเบียนบ้านของบ้านที่ตั้งสถานที่ประกอบการ
– สำเนาสัญญาเช่า พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้ให้เช่า (เจ้าบ้าน)
– เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์อาคารสถานที่ตั้งสำนักงาน

5.2.2. ผู้ให้เช่ามีสถานะเป็นบริษัท
– สำเนาสัญญาเช่า พร้อมลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท

5.2.3. กรณีการซื้ออาคารชุด/ห้องชุด
– สำเนาโฉนดที่ดิน/ห้องชุด

6. กรณีคณะบุคคล/ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคลให้แนบเอกสารของผู้เป็นหุ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือจดจัดตั้งคณะบุคคล/ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านผู้เป็นหุ้นส่วน

ขั้นตอนจดทะเบียนการค้าที่สำนักงาน

  1. เตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของธุรกิจ
  2. เตรียมแบบคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ แบบ ทพ.
  3. แผนที่แสดงสถานที่ตั้งของร้าน
  4. หากเป็นนิติบุคคลให้เตรียมหนังสือรับรองบริษัท
  5. เตรียมเงินจำนวน 50 บาทสำหรับจดทะเบียนการค้า
  6. หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือสัญญาเช่า (กรณีเจ้าของธุรกิจไม่ใช่เจ้าของสถานที่)
  7. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของกรรมสิทธิ์ (กรณีเจ้าของธุรกิจไม่ใช่เจ้าของสถานที่)
  8. สำเนาหนังสืออนุญาต หรือหนังสือรับรองให้เป็นผู้จำหน่ายจากเจ้าของลิขสิทธิ์ (สำหรับธุรกิจข้อ 6 ทะเบียนพาณิชย์)
  9. หลักฐานแสดงจำนวนเงินทุน ยกเว้นนิติบุคคล (สำหรับธุรกิจข้อ 8 ทะเบียนพาณิชย์)

ขั้นตอนจดทะเบียนพาณิชย์ ออนไลน์

กรณีที่เพื่อน ๆ เปิดเป็นร้านค้าออนไลน์ ไม่มีหน้าร้านก็สามารถทำการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน โดยมีขั้นตอนเพิ่มเติมจากการจดทะเบียนการค้า บุคคลธรรมดา

  1. เอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (เอกสารแนบแบบ ทพ.)
  2. ปรินต์หน้าแรกของร้านค้าออนไลน์ เอกสารเกี่ยวกับเว็บไซต์ เช่น วิธีการสั่งซื้อ วิธีการชำระเงิน วิธีการส่งสินค้า

ค่าธรรมเนียม การจดทะเบียนการค้า

  •  จดทะเบียนการค้าตั้งใหม่ 50 บาท
  • จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน ครั้งละ 20 บาท
  • จดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ 20 บาท
  • ขอให้ออกใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ ฉบับละ 30 บาท
  • ขอตรวจเอกสารของผู้ประกอบพาณิชยกิจรายหนึ่ง ครั้งละ 20 บาท
  • ขอให้เจ้าหน้าที่คัดสำเนาและรับรองสำเนาเอกสารของผู้ประกอบพาณิชยกิจ ฉบับละ 30 บาท (หนึ่งคำขอ คิดเป็น หนึ่งฉบับ)

เป็นอย่างไรกันบ้างคะเพื่อน ๆ การดำเนินเรื่องจดทะเบียนการค้าไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหมคะ เมื่อทำการจดทะเบียนเรียบร้อย หน้าที่ต่อไปที่เพื่อน ๆ ต้องทำก็คือการยื่นเสียภาษีให้ถูกต้อง เพื่อเป็นการดำเนินกิจการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ หากเพื่อน ๆ ว่าที่เจ้าของกิจการหรือคนที่เปิดกิจการอยู่แล้ว แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำธุรกิจ อยากพัฒนาธุรกิจของตัวเองให้ยอดขายพุ่งอย่างยั่งยืน สามารถติดตามคอนเทนต์ดี ๆ จาก PUNDAI ได้เลยค่ะ เราพร้อมเป็นแหล่งความรู้ที่คอยมอบสิ่งดี ๆ ให้กับเพื่อน ๆ อย่างต่อเนื่องค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การจดทะเบียนร้านค้าปลีก ใช้เวลากี่วัน

ตอบ การจดทะเบียนการค้า ผู้ประกอบการ ต้องขอจดทะเบียนการค้าหรือทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วัน นับต้องแต่วันที่เริ่มประกอบธุรกิจ กิจการ

การจดทะเบียนร้านค้าปลีก คืออะไร

เพื่อเป็นการแสดงว่ามีการประกอบกิจการนั้น ๆ ทั้งรูปแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

ร้านไหนบ้างที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

– ธุรกิจเกี่ยวกับโรงสีข้าวและโรงเลื่อยที่ใช้เครื่องจักร
– ธุรกิจขายสินค้าอย่างเดียวหรือหลายอย่างที่ขายได้ 20 บาทขึ้นไปต่อวัน หรือมีสต๊อกสินค้าไว้ขายรวมมูลค่าทั้งหมดเป็นเงิน 500 บาทขึ้นไป
– นายหน้าหรือตัวแทนขายที่ทำการเกี่ยวกับสินค้าอย่างเดียวหรือหลายอย่าง และสินค้านั้นมีมูลค่ารวมทั้งหมดเป็นเงิน 20 บาทขึ้นไปต่อวัน
– ธุรกิจหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรมอย่างเดียวหรือหลายอย่าง ที่ขายสินค้าที่ผลิตได้ 20 บาทขึ้นไปต่อวัน หรือวันหนึ่งวันใดมีสินค้าที่ผลิตรวมมูลค่าทั้งหมด 500 บาทขึ้นไป 
– ธุรกิจขนส่งทางทะเล ขนส่งโดยเรือกลไฟหรือเรือยนต์ประจำทาง รถไฟ รถราง รถยนต์ประจำทาง การขายทอดตลาด การรับแลกเปลี่ยน หรือซื้อขายเงินตราต่างประเทศ การซื้อหรือขายตั๋วเงิน การธนาคาร การโพยก๊วน การทำโรงรับจำนำและการทำโรงแรม การรับซื้อขายที่ดิน การให้กู้ยืมเงิน
– ธุรกิจขาย ให้เช่า ผลิต หรือรับจ้างผลิต แผ่นซีดี แถบบันทึก วีดิทัศน์ แผ่นวีดิทัศน์ ดีวีดี หรือแผ่นวีดิทัศน์ระบบดิจิตอลเฉพาะที่เกี่ยวกับบันเทิง
– ธุรกิจให้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้อินเทอร์เน็ต
– ธุรกิจขายอัญมณี หรือเครื่องประดับที่ประดับด้วยอัญมณี
– ธุรกิจให้บริการฟังเพลงและร้องเพลงคาราโอเกะ
– ธุรกิจให้บริการเครื่องเล่มเกม
– ธุรกิจให้บริการตู้เพลง
– ธุรกิจโรงงานแปรสภาพ แกะสลักและงานหัตถกรรมจากงาช้าง การค้าปลีกและค้าส่งงาช้างและผลิตภัณฑ์จากงาช้าง
– ร้านอาหาร ดังนั้นการ จดทะเบียนการค้า ร้านอาหารจึงเป็นเรื่องจำเป็น

ธุรกิจที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

– ธุรกิจค้าเร่ แผงลอย ดังนั้นการจดทะเบียนการค้า แผงลอยจึงไม่ใช่เรื่องจำเป็น
– ธุรกิจเพื่อการบำรุงศาสนาหรือเพื่อการกุศล
– ธุรกิจของนิติบุคคลที่มีพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น
– ธุรกิจของกระทรวง ทบวง กรม
– ธุรกิจของมูลนิธิ สมาคม สหกรณ์
– ธุรกิจที่กลุ่มเกษตรกร
– ธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นตามที่รัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญ ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่ยกเว้นนิติบุคคลในข้อ 6-12 ของธุรกิจที่บังคับให้จดทะเบียนพาณิชย์ และข้อ 1-4 ของธุรกิจที่บังคับให้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ยังคงต้องจดทะเบียนพาณิชย์ และทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อยู่

ADD LINE เพื่อเริ่มใช้ PUNDAI

คุณก็สามารถใช้ PUNDAI โดยไม่มีอะไรซับซ้อน ด้วยการแอดไลน์และเริ่มใช้งานได้ทันที หรือกด เรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับบทบาทของผู้ใช้งาน เพื่อศึกษาบทบาทของเรา